
Christmas song series
blue Christmas
Author: i_ke feat. Pae_kon_thai
เมื่อสองปีที่แล้ว ผมไปเจอไดอารี่เล่มหนึ่งเข้าโดยบังเอิญ มันเป็นไดอารี่ที่คู่รักนิยมแลกกันเขียน หน้าปกของมันเป็นสีแดงสดตัดกับสีเขียวเข้มคล้ายสีของต้นคริสมาสต์และมีเส้นสายหนักๆของปากกาเขียนไว้ว่า คังอิน & ลีทึก
มันอาจจะเป็นเรื่องบังเอิญ ที่ผมก็ชื่อลีทึกเหมือนกัน แต่นั่นเป็นชื่อใหม่ของผม จริงๆแล้วผมไม่ได้ชื่อลีทึกมาตั้งแต่ต้น ชื่อจริงๆของผมคือปาร์คจองซู เพราะฉะนั้น ลีทึกคนนั้นกับผมคงไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกันอย่างแน่นอน แล้วที่สำคัญที่สุด และแปลกที่สุดก็คือ
ไดอารี่นี้ เขียนในปี 2006 ซึ่งตรงกับปีนี้พอดี ทั้งๆที่ผมเจอไดอารี่เล่มนี้เมื่อสองปีที่แล้ว!!!!!!!!!!!
O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O
วันนี้วันที่ 13 กันยายน เป็นวันที่ผมจะย้ายบ้านพอดี ผมย้ายออกจากบ้านหลังเดิมเพราะว่าคุณแม่ของผมคิดว่าครอบครัวของเราสมควรจะย้ายไปอยู่ที่อยู่ไหมที่กว้างขวางกว่าบ้านหลังเดิม ซึ่งผมก็เห็นด้วย สรุปคือเราจะย้ายไปที่บ้านที่ห่างจากบ้านหลังเดิมไปประมาณ ร้อยกิโลเมตรไปอยู่แถวๆหมู่บ้านใหม่ ผมกำลังจัดลังหนังสือเก่า แล้วก็เจอไดอารี่เล่มที่ผมเล่าให้พวกคุณฟังนั่นแหละครับ ไม่รู้อะไรดลใจให้ผมพลิกหน้าแรกของไดอารี่อ่านอีกครั้ง
13 กันยายน 2006
วันนี้เอาดอกกุหลาบไปให้ลีทึก โดยสอดไว้ในตู้ไปรษณีย์ ลีทึกคงชอบ ไม่ได้แนบการ์ดอะไรไว้ที่ดอกไม้เลย ผมพอใจที่จะเป็นแบบนี้แหละ แอบรัก ผมมั่นใจว่า การแอบรักใครสักคนเป็นความสุขที่แสนงดงามที่สุด นั่นเป็นเพราะว่า ในสถานะที่เป็นอยู่ เราเป็นได้แค่ผู้ให้เท่านั้น ผู้ให้ที่ไม่หวังการตอบแทน หรือได้รับ ความสุขของการเป็นผู้ให้ มันยิ่งใหญ่มากมายนัก เพราะเรารู้จักคำว่าเสียสละ มีความสุข เมื่อเขาคนนั้นมีความสุข เจ็บปวด เมื่อเขาคนนั้นเจ็บปวด มีความสุขกับรอยยิ้มที่งดงาม แม้ว่ารอยยิ้มนั้นจะไม่ได้มีไว้เพื่อเรา และ ลีทึก ทำให้ผมรู้สึกถึงความรู้สึกเหล่านั้น ความรู้สึกของการเป็นผู้ให้ ความรู้สึกของคนที่แอบรัก วันนี้ลีทึกก็จะย้ายบ้านแล้ว แต่ไม่เป็นไรหรอก เพราะบ้านใหม่ของลีทึกอยู่ไม่ไกลจากบ้านของผมเท่าไหร่สักสองสามหลังถัดไปได้ล่ะมั้ง ต่อให้ย้ายไปไกลกว่านี้ ผมก็ไม่กลัวหรอก แต่ทำไมผมถึงไม่สารภาพรักเสียทีนะ นี่เป็นเรื่องเดียวที่ผมกลัวล่ะมั้ง ลีทึกจะรู้สึกยังไงที่คนแปลกหน้าคนหนึ่งที่ไม่เคยคุยกันเลยจะเข้าไปสารภาพรัก คงเป็นภาพที่ไม่น่าดูเลย
คังอิน
มันตรงกับวันนี้ วันที่ 13 กันยายน และผมกำลังย้ายบ้านพอดี มันคงเป็นเรื่องบังเอิญ แต่ผมยอมรับว่าผมสนใจไดอารี่เล่มนี้เสียแล้ว คังอินคงเป็นคนประเภทที่ทำทุกอย่างเพื่อความรัก ผมอยากจะอ่านหน้าต่อไปขอไดอารี่เล่มนี้แต่ผมคงไม่มีเวลามานั่งดื่มด่ำกับตัวอักษรของคังอินในตอนนี้ ผมจึงหยิบมันออกมาใส่เป้ส่วนตัวของผม แล้วแพ๊คของกล่องสุดท้ายก่อนจะยกมันลงไปสมทบกับข้าวของอื่นๆที่เตรียมตัวจะถูกยกเข้าไปในรถขนส่ง พ่อ แม่ ผมกับพี่สาวออกมายืนที่หน้าบ้าน เพื่ออำลาบ้านที่อยู่มาตลอดชีวิตเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่สายตาของผมจะไปสะดุดกับบางสิ่งบางอย่างในกล่องไปรษณีย์
มันคือดอกกุหลาบสีแดงสดดอกโตที่ไม่มีแม้แต่การ์ดแนบไว้ ผมหยิบมันออกมาจากกล่องไปรษณีย์ แล้วข้อความในไดอารี่ก็ลอยวาบเข้ามาในหัวของผม แต่ ไม่จริงน่า มันอาจเป็นเรื่องบังเอิญ ดอกไม้ดอกนี้อาจจะเป็นของพี่สาวผมก็ได้
O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O
บ้านใหม่ของเราเป็นบ้านหลังใหญ่ที่ตัวบ้านเป็นสีขาวสะอาดและมีสวนกว้างที่หน้าบ้านแผ่อาณาเขตไปถึงข้างหลังบ้านด้วย แม่ผมบอกว่าคนที่อยู่ในละแวกนี้ส่วนใหญ่เป็นคนที่มีฐานะดีและมีการศึกษาที่ดี การที่คนเรามีสิ่งแวดล้อมที่ดีรายล้อมย่อมซึมซับเข้าไปในจิตใจของเราไปด้วย ซึ่งผมก็เห็นว่าจริง ผมย้ายเข้ามาในบ้านหลังนี้ได้สองวันแล้ว ความที่เหนื่อยจากการจัดข้าวจัดของทำให้ผมลืมเรื่องไดอารี่ไปเสียสนิท ในขณะที่ผมกำลังจะเดินไปหยิบไดอารี่เล่มนั้นขึ้นมานั่งอ่าน เสียงสิบแปดหลอดของพี่สาวผมก็ตะโกนเรียกผมให้ไปทำความรู้จักกับเพื่อนบ้านครอบครัวหนึ่งที่มาทำความรู้จักกับเราถึงบ้าน ผมวางไดอารี่เล่มนั้นบนหัวเตียง คืนนี้ผมจะกลับมาอ่านมัน ถ้าผมไม่ง่วงไปเสียก่อน
เพื่อนบ้านของเราคือครอบครัวคิม เป็นครอบครัวที่น่ารักและมีลูกชายวัยไล่เลี่ยหรืออาจจะอ่อนกว่าผมคนหนึ่งชื่อคิมยองอุน แต่ว่าเจ้าตัวบอกผมเองว่าชอบให้ใครต่อใครเรียกคังอินมากกว่า ซึ่งผมก็ตกลงใจจะเรียกเขาว่าคังอินตามความประสงค์ของเจ้าตัว คังอินเป็นคนร่าเริง ยิ้มเก่ง และเรียนที่มหาวิทยาลัยเดียวกันกับผม แต่คนละคณะกัน มหาวิทยาลัยของเราก็กว้างเกินกว่าที่คนสองคนจะมาเจอกันได้แบบนี้อีกอย่างตึกเรียนของเราสองคนก็อยู่กันคนละฝั่งของมหาวิทยาลัย
ว่าแต่ ทำไมคนที่ชื่อคังอินถึงได้บังเอิญหรือดวงสมพงศ์กับผมขนาดนี้ด้วยก็ไม่รู้
ผมกับคังอินเรียกได้ว่าเรามีอะไรหลายๆอย่างที่คล้ายกัน เวลาคังอินคุยกับผมดวงตาของเขาจะมีประกาย เป็นแววตาของคนที่มีความฝันอยู่เต็มเปี่ยม คังอินเรียนภาควิชาดนตรีสากล ซึ่งผมคิดว่ามันเป็นภาควิชาที่ยากมาก ครั้งหนึ่งผมเคยฝันจะเข้าคณะนี้แต่ผมไม่ค่อยมีเซนท์ด้านนี้สักเท่าไหร่เลยเบนเข็มไปเอาดีทางด้านการแสดงแทน และผมคิดว่าทำได้ดีเสียด้วย ผมชอบเวลาที่ได้มองตาคังอินแล้วคุยเรื่องต่างๆกันผมว่าคังอินเป็นคนตรงไปตรงมาและแสดงออกทางอารมณ์จากแววตา ผมว่าเขาจริงใจดี
เจอผมที่คณะก็ทักกันบ้างนะ คังอินบอกผมอย่างนั้น
แน่นอน ผมรับคำ วันนั้นครอบครัวคิมมาใช้เวลาอยู่ที่บ้านเราจนถึงสามทุ่มเลยทีเดียว หลังจากที่คังอินกลับไปแล้ว ผมก็ไปช่วยพ่อแม่ทำความสะอาดบ้านและล้างจาน ก่อนที่จะขึ้นไปบนห้องนอนเพื่อที่จะอาบน้ำ พักผ่อน และอ่านไดอารี่ที่ผมตั้งใจจะอ่านตั้งแต่ตอนเย็นแต่ไม่มีโอกาสได้อ่าน
15 กันยายน 2006
วันนี้ผมได้คุยกับลีทึกแล้ว ผมรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก ประหม่าและไม่รู้ว่าตัวเองพูดอะไรเปิ่นๆออกไปบ้างหรือเปล่า ลีทึกชอบมองเข้าไปในดวงตาของผม ผมรู้สึกดีที่เขาทำแบบนั้น ผมกับลีทึกมีเรื่องคล้ายกันหลายอย่าง จริงๆแล้ว ลีทึกมีชื่ออีกชื่อหนึ่ง ก็เหมือนผมนั่นแหละ คิมยองอุน แต่ผมไม่ชอบให้ใครเรียกผมว่า ยองอุน ผมจะรู้สึกสบายใจกว่าถ้าเกิดมีใครเรียกผมว่าคังอิน ลีทึกเองก็เช่นกัน
ปาร์คจองซู ชื่อนี้ผมจะจำไปจนตาย จองซู วันนี้เราเข้าใกล้กันอีกนิดแล้วนะ ต่อไปนี้ผมก็คงไม่ต้องไปยืนอยู่ที่หน้าบ้านของลีทึกแล้วก็เฝ้ามองหน้าต่างที่ปิดสนิทอีกแล้ว
แต่ผมลำบากใจอยู่เพียงเรื่องเดียวเท่านั้น ลีทึกมองผมเป็นเพื่อน และผมก็คงจะเป็นได้แค่เพื่อนใช่ไหม ความสัมพันธ์ของเราเริ่มจากคนรู้จักข้างบ้าน แล้วก็คงไปสู่คำว่าเพื่อน แต่ผมก็แอบหวังไว้มากกว่านั้น
คังอิน
ผมขนลุกซู่ทันทีที่อ่านจบ นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกัน ทำไมถึงมีชื่อผม ชื่อของคังอินอยู่ในไดอารี่เล่มนี้ !!!!!!!!!!!!!
ผมต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว ผมปิดไดอารี่ลง แล้ววางมันไว้บนหัวเตียง
O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O
ในที่สุด ผมก็ตัดสินใจแล้วหลังจากนอนคิดมาทั้งคืนว่าผมจะทำอย่างไรกับไดอารี่ปริศนาเล่มนี้ดี ในที่สุดผมจึงตั้งกฎกับตัวเองว่าจะเปิดไดอารี่เล่มนี้อ่านก็ต่อเมื่อผมเจอคังอินในแต่ละครั้ง และจะอ่านก็ต่อเมื่อเลยหนึ่งทุ่มไปแล้ว เพื่อพิสูจน์อะไรบางอย่าง
คังอินกับลีทึกในไดอารี่เล่มนี้ จะเป็นผมกับคังอินในโลกของความเป็นจริงหรือเปล่า
O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O
อากาศตอนช่วงเช้าค่อนข้างอึมครึม เนื่องจากเดือนกันยายนเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาว ผมเลือกที่จะใส่เสื้อโค้ทสีเข้มตัวโปรดที่ไม่หนาจนร้อนแต่ก็ไม่บางจนอากาศเข้ามาทักทายให้ผมหนาวเล่นๆได้ วันนี้ผมมีเรียนตอนช่วงเช้าก็เลยต้องตื่นแต่เช้า แม่กับพ่อและพี่สาวของผมยังคงนอนหลับอยู่บนเตียงในห้องของตัวเอง อาหารเช้าวันนี้ของผมจึงเป็นขนมปังปิ้งกับกาแฟดำขมๆสักแก้ว ผมไม่ถนัดทำอาหารสักเท่าไหร่ และขนมปังปิ้งที่นอนสงบนิ่งอยู่ในท้องของผมก่อนหน้านั้นก็คือขนมปังเกรียมๆที่ผมตั้งเวลาไว้นานเกินไปนิดหน่อยเสียด้วย ถนนในหมู่บ้านนี้สะอาดและเรียบไม่เป็นหลุมเป็นบ่อและไม่มีขยะ บริเวณบ้านแต่ละหลังที่ผมเดินผ่านก็มีสวนหน้าบ้านที่สวยงามกันทั้งนั้น
ลีทึก!!!!!!! ผมจับกระแสอันร่าเริงของน้ำเสียงทุ้มๆได้ดี คังอินนั่นเอง ดูท่าทางเขาคงจะไปมหาวิทยาลัยเหมือนกัน
สวัสดีตอนเช้า ผมยิ่มกว้างให้คังอิน โบกมือน้อยๆ
มีเรียนตอนเช้าหรือ
อื้ม ใช่แล้ว ผมพยักหน้ารับ คังอินยิ้มกว้าง
มีเรียนเหมือนกัน ไปด้วยกันนะ
ได้สิ ผมพยักหน้ารับคำ แล้วเราสองคนก็ก้าวเดินไปด้วยกัน
16 กันยายน 2006
วันนี้ตอนเช้าเจอลีทึกที่ถนนหน้าบ้าน ลีทึกกำลังจะไปมหาวิทยาลัย เราสองคนเดินคุยกันไปตลอดทาง ก่อนเข้ามหาวิทยาลัยเรายังมีเวลาเหลือกันอีกนิดหน่อย ก็เลยไปหาอะไรรองท้องก่อนตอนเช้า ลีทึกบอกว่าทานอาหารเช้ามาแล้ว แต่อยากทานอาหารเช้าดีๆสักชุดก่อนเรียน เราสองคนก็เลยไปจบที่ร้าน Sunset ข้างมหาวิทยาลัยนั่นแหละ ร้านก็ดี บรรยากาศก็ดี ลีทึกสั่งชุดอาหารเช้าแบบเดียวกับผมเลย มีความสุขจัง บางทีรายละเอียดเล็กๆก็ทำให้เรามีความสุขได้เหมือนกันนะ นี่แหละนะ ความรัก วันนี้ตอนเที่ยงก็ไปรอรับลีทึกมาทานอาหารกลางวันด้วยเหมือนกัน แล้วก็พาลีทึกไปเดินเที่ยวแถวๆโซลทาวเวอร์ กลางวันไม่สวยเท่ากลางคืน ลีทึกบอกว่าอยากมาตอนกลางคืนบ้าง ผมเลยบอกลีทึกไปว่าจะพามา เอาไว้ว่างๆก่อนแล้วกัน ลีทึกเกี่ยวก้อนสัญญากับผมด้วย แต่เอาเข้าจริงแล้ว ถึงผมจะยุ่งแค่ไหน ถ้าลีทึกบอกว่าอยากไป ผมก็จะพาลีทึกไป
วันนี้ผมมีความสุขมาก เรารู้จักกันมากขึ้นแล้ว แม้เพียงนิดเดียว แต่ผมก็มีความสุขแล้ว
คังอิน
เรื่องราวในไดอารี่ตรงกับเรื่องที่เกิดขึ้นในทุกๆวันเวลาที่เราพบกันระหว่างผมกับคังอิน มันดูน่าแปลกใจและน่าใจหาย ผมเองก็ไม่เคยคิดว่าเรื่องประหลาดแบบนี้จะเกิดขึ้นกับตัวของผมเอง ราวกับผมรู้อนาคต ถ้าผมจะเปิดอ่านไดอารี่เล่มนี้
O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O
หนึ่งเดือนผ่านไปแล้ว สำหรับความสัมพันธ์ของผมกับคังอินที่เลื่อนระดับมาเป็นมากกว่าเพื่อนข้างบ้าน ผมเจอคังอินทุกเช้า ไปทานข้าวกันทุกกลางวัน และเดินกลับบ้านด้วยกันตอนเย็น วันเสาร์อาทิตย์ถ้าผมว่างก็จะชวนคังอินไปเที่ยว
น่าแปลกที่แม้ว่าผมรู้ว่าคังอินคิดอย่างไรกับผม แต่ผมก็ยังคงรักษาระดับความสัมพันธ์ของเราสองคนไว้ได้อย่างดี ผมแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้กับท่าทีที่คังอินแสดงออก แม้หัวใจจะเต้นแรง แต่ผมก็ยังคงสีหน้าเรียบเฉยไว้ได้จนกระทั่งวันหนึ่ง ที่ผมได้อ่านไดอารี่หลังจากแยกกับคังอินแล้ว
16 ตุลาคม 2006
ลีทึกไม่แสดงอาการอะไรแม้ว่าผมจะพยายามสื่อเท่าไหร่ การที่เราจับมือกันสำหรับผมคือความรักแต่สำหรับลีทึกอาจจะเป็นแค่เพื่อน การที่เราอยู่ด้วยกัน สำหรับผมคือความห่วงใย แต่สำหรับลีทึกอาจจะเป็นแค่เพื่อน ผมไม่อยากเป็นแค่เพื่อนอีกต่อไปแล้ว แต่ความจริงก็คือความจริง สภาพที่อึดอัดแบบนี้ สำหรับตัวผมเอง ผมไม่รู้ฐานะตัวเองว่าผมเป็นใคร แล้วผมยืนอยู่ตรงไหนในหัวใจของลีทึก ผมไม่รู้ อาจจะเป็นเพราะว่าผมไม่เคยถาม และลีทึกก็ไม่เคยรู้ พรุ่งนี้ผมจะพูดออกไป ถ้าลีทึกไม่ได้คิดอะไร ผมคงต้องตัดใจเสียที
ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นยังไงบ้าง แต่ผมก็ไม่อาจจะอยู่ใสสภาพนี้ได้อีกต่อไปแล้ว มันทรมาน
คังอิน
อาาาาาา คงจะถึงเวลาที่ผมควรจะให้คำตอบกับคังอินแล้วสินะ
ช่วงเวลาหนึ่งผมเองก็คิดว่าคังอินเป็นคนอบอุ่น อยู่ด้วยแล้วมีความสุข แต่ผมก็กลัวถึงอนาคตของเรา มันอาจจะอยู่ไม่ยืด ผมดีใจที่ได้อยู่ในสถานะแบบนี้ มันมั่นคง ปลอดภัย และแข็งแรงกว่า
แต่พรุ่งนี้ ผมก็คงจะบอกไป ผมจะให้คำตอบคังอิน
O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O
วันรุ่งขึ้นเป็นวันเสาร์ ผมตื่นนอนแต่เช้า จัดการอาบน้ำแต่งตัวเร็วเหมือนทุกวัน ทุกคนในครอบครัวของผมเป็นพวก ชักช้าเฉื่อยแฉะ คงมีผมคนเดียวล่ะมั้งที่กระฉับกระเฉงว่องไวปานวอกแบบนี้ ผมออกไปรับลมเย็นๆช่วงปลายฝนต้นหนาวหน้าบ้าน อากาศจะสดชื่นเป็นพิเศษ ยิ่งตอนเช้าๆด้วยแล้ว
ลีทึก เอ่อ ตื่นเช้าจังเลย คังอินนั่นเอง เข้ายืนเกาะรั้วบ้านผมอยู่ ผมโบกมือน้อยๆ
อืม วันนี้สดชื่นดีนะ นายเองก็ตื่นเช้าเหมือนกันนี่
ถูกแล้วล่ะ เอ่อ ลีทึก ฉันมีเรื่องจะคุยกับนาย ว่างหรือเปล่า
อ๋อ ว่างสิ ว่าง
ผมพยักหน้า สับสนกับคำตอบของตัวเอง คังอินจะพูดออกมาหรือเปล่านะ
ฉันรักนาย คบกับฉันเถอะนะ
ราวกับเวลาหยุดหมุน แม้ผมจะรู้ล่วงหน้าและเตรียมคำตอบมาแล้วก็ตาม
อืม ก็ได้
เสียงที่เปล่งออกไป แม้จะแผ่วเบา แต่ผมก็รับรู้ได้ถึงแรงกอดที่หนักแน่นและอบอุ่นของคังอิน เสียงหัวเราะของเราสองคนที่ดังขึ้นในตอนเช้า และตามมาด้วย สิ่งที่เป็นยอดปรารถนาของคนมีความรัก
ฉันรักนาย ลีทึก
O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O
17 ตุลาคม 2006
ผมเพิ่งรู้ว่ารสชาติของความรักหอมหวานแบบนี้เอง ลีทึกตอบตกลง ผมเตรียมตัวไว้แล้วว่าหากเกิดอะไรขึ้นผมก็คงต้องเสียใจ แต่ว่า ผมดีใจที่สุดเลย ผมดีใจมากๆ พระเจ้าครับ ผมไม่อาจจะหาคำใดมาอธิบายได้ ผมมีความสุข ผมบอกไปแล้วใช่ไหมครับ ว่าผมมีความสุข ผมมีความสุขที่สุด มีความสุขที่สุดในโลกเลย
แล้วผมจะเป็นคนรักที่ดีที่จะไม่ทำให้ลีทึกเสียใจ
คังอิน
คังอินทำอย่างที่พูด คือเป็นคนรักที่ไม่ทำให้ผมเสียใจ จากวันแรกที่เราคบกันผ่านไปหนึ่งอาทิตย์แล้ว ผมเพิ่งมารู้ว่าคังอินเป็นหนุ่มป๊อปที่สุดของภาคคณะ น่าแปลกที่คังอินรู้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับผม แต่ผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับคังอินเลยนอกจากความรู้สึกของเขาที่มีต่อผม นั่นอาจจะเป็นช่องว่างที่ทำให้ผมเกิดความรู้สึกแตกต่างก็ได้
ผมเองมีความสุข ที่คังอินใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่สีที่ผมชอบ อาหารที่ผมชอบ ผมก็ไม่รู้ว่ารายละเอียดเล็กๆปลีกย่อยแบบนี้จะใช้เวลานานแค่ไหน กว่าที่คนเราจะรู้ถึงข้อมูลของอีกคนผ่านทางการแสดงท่าทางความรู้สึกนึกคิด ไม่ใช่ถามเอา
วันนี้คังอินมารับผมที่บ้านเพื่อที่จะไปเที่ยวแทฮังโนด้วยกัน ถนนสายศิลปะของโซลที่ผมร่ำอยากจะไปอยู่หลายครั้ง เนื่องจากเพื่อนที่คณะของผมเขามีการจัดทัวร์กันไปเที่ยวถนนสายนี้ พอผมบอกคังอิน เขาก็บอกให้ผมรอไปด้วยกันกับเขา ซึ่งผมก็ตอบรับที่จะรอไปพร้อมกับเขา ทั้งๆที่ในใจอยากจะไปใจจะขาด แต่ถนนสายนี้ผมเองก็ไม่อยากไปเดินคนเดียว ดูดดื่มความเป็นศิลปะแท้ๆคนเดียว พอพลาดกับทัวร์ครั้งนี้ของเพื่อนร่วมคณะก็ได้แต่รอคังอิน แล้ววันนี้ เขาก็ทำตามคำพูดคือ จะพาผมไป ดื่มด่ำความเป็นศิลปะที่ถนนสายนี้
เราแวะดูละครเวทีกันเรื่องหนึ่ง เรื่องของโศกนาฏกรรมในวันคริสมาสต์ระหว่างเทวดากับหญิงสาวคนหนึ่งที่ทำข้อตกลงกันในวันคริสมาสต์เพื่อแลกกับความรักบริสุทธิ์ของหญิงสาวกับชายหนุ่มที่เธอรัก ตอนจบของเรื่อง เทวดาที่หลงรักหญิงสาวจนหมดหัวใจยินยอมมอบวิญญาณบริสุทธิ์เพื่อแลกกับการมีชีวิตอยู่ของชายหนุ่มอีกคน
ถึงแม้ว่านี่เป็นเดือนตุลาคมที่ไม่เหมาะกับการนำเอาบทประพันธ์ในวันคริสมาสต์มาเล่นเป็นละครเวที แต่ผมก็รู้สึกซาบซึ้งใจและอดที่จะเสียน้ำตาให้กับความรักของเทวดาไม่ได้ คังอินยื่นผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดหอมกรุ่นให้ผมเช็ดน้ำตา ก่อนจะจูงมือผมเดินออกมาจากโรงละคร
น่าแปลกที่ผมรู้ว่าความอบอุ่นแล่นปราดเข้ามาในหัวใจ ทั้งๆที่วันนี้อากาศหนาว
สุดท้ายเราสองคนก็มานั่งอยู่ที่คอฟฟี่ชอปเล็กๆที่ตกแต่งเป็นบรรยากาศของทะเลที่ชื่อ Love at seashore ผมสั่งกาแฟดำมาดื่มคังอินก็เช่นกัน เราสองคนไม่ได้พูดอะไรกันนอกจากจะมองหน้ากันเท่านั้น
ถ้าฉันตายแบบเทวดาองค์นั้น ลีทึกจะคิดถึงฉันบ้างหรือเปล่า จู่ๆคังอินก็พูดขึ้นมา ราวกับมีไฟฟ้าไหลทั่วร่าง ผมนิ่งแข็งไม่อาจพูดอะไรได้
ทำไมถึงพูดแบบนี้ล่ะผมถามออกไปเสียงสั่น
ไม่รู้สิ อย่าคิดมากเลยนะ ฉันแค่ถามเล่นๆเอง คังอินยิ้มให้ผมแล้วเอามือลูบหัวผมเบาๆ ลีทึกชอบคิดมากอยู่เรื่อย
ไม่ได้คิดมากซะหน่อย ผมแย้ง แต่คังอินกลับหัวเราะ ก่อนเอานิ้วชี้มานวดเบาๆตรงหว่างคิ้วของผม
ไม่ได้คิดมากแต่คิ้วขมวดมุ่นหมดแล้ว
นกรู้ผมอดที่จะค้อนคังอินไม่ได้
ก็เพราะว่า ฉันเป็นคนรักของลีทึกไง
นายก็เป็นคนรักของฉันเหมือนกันนั่นแหละ
จองซู ฉันเรียกนายว่าจองซูได้ไหม
ได้ นายจะเรียกฉันว่าอะไร ฉันเป็นให้นายได้เสมอ คังอิน ยองอุน
O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O
เราออกจากแทฮังโนเมื่อตะวันลับขอบฟ้าไปแล้ว คังอินพาผมไปดินเนอร์ที่ร้านอาหารอิตาลีแห่งหนึ่งในแถบย่านการค้าของโซล อาหารที่นี่อร่อย แต่ผมไม่ได้รู้สึกอร่อยด้วยเลย คำพูดของคังอินยังคงก้องอยู่ในหัว
ถ้าฉันตายแบบเทวดาองค์นั้น ลีทึกจะคิดถึงฉันบ้างหรือเปล่า
คังอินจะตายไม่ได้ ผมไม่ยอมให้คังอินตาย ไม่มีทาง ไม่มีทางเด็ดขาด ผมไม่ยอม
วันนี้ผมจะละเมิดข้อตกลงของตัวเอง ผมจะเปิดไปอ่านไดอารี่ แค่ให้รู้ว่าคังอินไม่ตายก็พอแล้ว
เท่านั้นก็พอ
เราสองคนเดินจูงไปตามฟุตบาที่เงียบสงบเพื่อจะกลับบ้าน ทำไมนะ ทั้งๆที่คังอินก็อยู่ข้างๆ ทั้งๆที่ยังจับมือกันอยู่ แต่ทำไมผมถึงไม่รู้สึกถึงความอบอุ่นของคนข้างตัวเลย
ไม่เอานะลีทึก อย่าเก็บเอาไปคิดมากสิ คังอินจะต้องไม่ตาย เดี๋ยวพอเปิดไดอารี่อ่านแล้วเราก็ก็จะรู้เอง คังอินจะต้องมีชีวิตอยู่อย่างแน่นอน
ขณะที่ผมกำลังคิดเรื่องนั้นอยู่ คังอินก็จูงมือผมข้ามถนน ผมรู้สึกสังหรณ์ใจอย่างประหลาดจึงหันไปมองข้างกาย แสงไฟสีเหลืองจากรถยนต์ส่องสว่างจ้า ผมมองอย่างตกใจคิดจะตะโกนเพื่อบอกคังอิน แต่.....
ลีทึกระวัง!!!!!!!
เอี๊ยด!!!!!!!!!!!!!!!!!!
ตึง!!!!!!
ผมตกลงกระแทกกับพื้นอย่างแรง รู้สึกทั้งเจ็บทั้งชาที่ร่างกายซีกขวาทั้งแถบ พอลองมองดูรอบๆตัวถึงได้รู้ว่าตัวเองอยู่บนฟุตบาท แล้วคังอินล่ะ!! ผมเงยหน้าขึ้นมองพื้นถนนตรงหน้า หัวใจเต้นรัวเร็ว ไม่หรอก...มันคงไม่ใช่อย่างที่ผมคิด
ที่พื้นถนน ร่างของคนที่ผมรักมากที่สุดนอนสงบนิ่งอยู่ พร้อมกับเลือดสีแดงฉานที่หลั่งไหลออกมาจากศีรษะของคังอิน ผมลืมความเจ็บปวดทั้งหลาย แล้ววิ่งไปหาคังอิน
คังอิน คังอิน นายเป็นยังไงบ้าง นายเป็นยังไงบ้าง
.........................................
.................................................
.........................................................
คังอินไม่ตอบ ไม่ลืมตา
ไม่มีลมหายใจ!!!!!!!!!!!
น้ำตาของผมไหลออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ไม่นะ ไม่...มันต้องไม่เป็นอย่างนี้
คังอิน คังอิน ฮะๆๆๆ นาย...นายอย่ามาล้อฉันเล่นแบบนี้นะ ผมเขย่าตัวคังอินอย่างแรง หวังว่าคนตรงหน้าจะตื่นขึ้น ตื่นขึ้นมาบอกผมว่านี่เป็นการล้อเล่น แต่ไม่..คังอินไม่ขยับเลยซักนิดเดียว
ฮึกๆๆ ไม่นะ ใครก็ได้ ช่วยด้วย ช่วยคังอินด้วย ผมพยายามแบกร่างของคังอิน ในหัวสมองมันขาวโพลนไปหมด น้ำตาไม่รู้มาจากไหนมากมาย
ช่วยที..อึก...ใครก็ได้
........................................
.................................................
.........................................................
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ไม่รู้ว่านั่งตรงนี้มานานแค่ไหนแล้ว ตอนนี้ ผม..ผมไม่รู้อะไรเลย
คนหลายคนในชุดสีขาวรีบวิ่งลงมาจากรถตู้โรงพยาบาล พวกเขาช่วยกันพาคังอินวางไว้บนเตียงเข็น แล้วเข็นหายเข้าไปในรถตู้คันนั้น ไม่นานนักคนชุดเดิมก็ช่วยกันฉุดผมให้ลุกขึ้น หนึ่งในนั้นพยายามถามว่าผมลุกขึ้นไหวมั้ย ผมไม่ตอบ ไม่รู้เพราะตัวผมเองไม่มีแรงจะตอบ หรือว่าเพราะคังอินทำให้ผมตอบไม่ได้
แล้วคังอินก็จากผมไปจริงๆ ผมไม่ได้กลับไปอ่านไดอารี่อีก พระเจ้าคงพยายามจะเตือนผมแล้ว ผมได้แต่วางมันไว้บนหัวเตียง ไม่ได้แตะมันอีกเลย
ผมไม่หวังให้มีปาฏิหาริย์ใดๆที่จะรั้งคังอินไว้ให้อยู่กับผมในเมื่อเขาได้จากไปแล้ว
และถ้าวันนั้น คังอินไม่ผลักผมออกไป ผมคงจะเป็นคนที่จากไปแทน และคังอินก็ยังมีชีวิตอยู่
ทำไมผมไม่ตายแทนคังอิน
ถ้าหากรู้ว่า การมีชีวิตอยู่ท่ามกลางอดีตของคนๆหนึ่งมันช่างเจ็บปวดในทุกย่างก้าวของการมีชีวิต เป็นเช่นนี้ เป็นแบบที่ผมเป็นอยู่ ผมเองก็อยากย้อนเวลากลับไป ให้คนๆนั้น คนที่ตาย คนที่ประสบอุบัติเหตุ เป็นผม
ไม่ใช่คังอิน
O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O
หิมะสีขาวบริสุทธิ์ค่อยๆร่วงลงมาสร้างสีขาวโพลนไปทั่วเมือง เสียงเพลงในคริสมาสต์ดังคลอตลอดทางที่ผมเดินผ่าน เด็กชายหญิงหลายคนวิ่งเล่นร้องเพลงอย่าสนุกสนาน ผมมองภาพตรงหน้าแล้วยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว วันนี้วันที่ ยี่สิบสี่ ธันวาคมแล้วสินะ ผ่านไปตั้งสองเดือนแล้วหรือนี่
ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมรู้ดี ว่าตัวเองไม่เคยยิ้มออกมาจากใจจริงได้ซักครั้ง ผมรู้ว่าทุกคนเป็นห่วงจึงได้พยายามฝืนยิ้มเพื่อที่ทุกคนจะได้
สบายใจ ผมไม่อยากเป็นต้นเหตุทำให้ใครต้องเป็นทุกข์ ไม่อยากเป็นต้นเหตุที่ต้องทำให้คนที่รักต้องจากไปอีกแล้ว ตอนนี้ แค่ผมคนเดียวที่เจ็บก็มากพอแล้ว
ผมเดินกลับบ้านด้วยหัวใจที่ห่อเหี่ยวเหมือนทุกวัน อาจจะมากกว่าทุกวันเสียด้วยซ้ำ วันนี้ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เจอแต่คู่รัก ทุกคนล้วนแต่มีความสุข ถ้าตอนนี้ผมมีคังอินอยู่ข้างกายด้วยล่ะก็ ถ้าทำได้จริงๆล่ะก็ ผม..ผม ฮะๆ คิดอะไรเรื่อยเปื่อยอีกแล้วนะ ผมนี่
ป่านนี้คังอินจะเป็นยังไงบ้างนะ
วันนี้วันคริสมาสต์อีฟ เป็นวันก่อนเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองแด่พระเยซูคริสต์เพียงวันเดียว ความจริงแล้วผมควรจะมีความสุขกับวันอันเต็มไปด้วยความรักแบบนี้ไม่ใช่หรือ ความรักจากพระเจ้า ผมควรจะสวดขอพรให้คังอินมีความสุข ผมควรจะทำอย่างนั้น แต่ผมทำไม่ได้ แค่นึกถึงคังอินผมก็ไม่มีเรี่ยวแรงจะทำอะไรแล้ว
เพราะคนเรามีรักแท้ได้แค่ครั้งเดียว และคังอินก็เป็นรักแท้ของผม
ผมอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า กินข้าวเย็นแล้วก็เข้านอนเหมือนทุกวัน ทำทุกอย่างเหมือนตอนที่ยังไม่เจอคังอิน ไม่ใช่สิ ต้องพูดว่าพยายามทำทุกอย่างเหมือนกับตอนที่ผมยังไม่รู้จักเขา แต่มีอยู่แค่อย่างเดียวเท่านั้นที่ไม่ว่าจะพยายามเท่าไหร่ก็ทำเหมือนเดิมไม่ได้
ไดอารี่ที่ตรงหัวเตียงนั่น ผมพยายามที่จะไม่มองมัน แต่ก็ไม่ได้ มันเปรียบเสมือนตัวแทนของคังอิน เป็นเหมือนสื่อกลางที่ทำให้ผมพบกับเขา ให้ผมได้เข้าใจเขามากขึ้น ในตอนนี้มัน..เป็นทุกอย่างสำหรับผม เป็นเรี่ยวแรงที่ยังพอให้ผมได้มีชีวิตในวันต่อไป ถึงแม้ทุกครั้งที่มองมันจะทำให้ผมเจ็บขนาดไหนก็ตาม
ผมปิดไฟในห้อง ทิ้งตัวลงบนเตียง พยายามข่มตาให้หลับ พลางคิดว่า ถ้าคังอินยังมีชีวิตอยู่ในตอนนี้ วันคริสมาสต์เราคงทำกิจกรรมต่างๆด้วยกัน มีความสุขด้วยกัน ร้องเพลงคริสมาสต์ด้วยกัน
ผมสัมผัสได้ถึงหยาดน้ำตาที่ค่อยๆไหลลงมาจากตาของผม มันร้อนผ่าว และแสนทรมาน
จองซู จองซูของผม เสียงของคังอิน ผมจำได้ ผมมองไปที่ปลายเตียง
คังอิน คังอินยืนอยู่ปลายเตียงในชุดสีขาว ใบหน้าของเขายังมีรอยยิ้ม
จองซูอย่าร้องไห้
คังอิน ฉันคิดถึงนาย คิดถึงนายมากที่สุด อย่าไปจากฉันเลยนะ ถ้าจะไป พาฉันไปด้วยนะ ฉันอยากอยู่กับนาย ผมรีบพูกบอกเล่าความรู้สึกก่อนที่ผมจะไม่มีโอกาสได้พูดกับคังอินอีก
จองซู นายต้องอยู่เพื่อฉันนะ ได้ไหม นายต้องอยู่เพื่อฉัน ความรักของฉันอยู่ที่นาย รักษามันให้ดีๆนะ
ไม่มีนาย ฉันอยู่ไม่ได้หรอก อึก......มันเจ็บปวดมากรู้ไหม คังอิน นายพาฉันไปด้วยนะ
จองซู ฉันมันแค่อดีตเท่านั้น ตอนนี้จองซูต้องคิดถึงอนาคตให้มากๆรู้ไหม
อนาคตของฉันไม่มีนาย...........มันก็ไม่มีความหมายแล้ว
จองซู นายเป็นอนาคตของฉันนะ คังอินเดินเข้ามาใกล้ผม ผมสัมผัสได้ถึงสายลมอุ่นๆ ความรู้สึกเหมือนถูกคังอินกอดเอาไว้ด้วยอ้อมแขนของความรัก
ถ้านายต้องการอย่างนั้น ฉันจะอยู่เพื่อนาย
อย่าปิดกั้นตัวเองเพราะฉันนะจองซู เปิดหัวใจให้กับรักที่อยู่รอบตัวนะ อย่าปิดกั้นตัวเองอีก จำไว้ว่าฉันจะปกป้องคุ้มครองจองซูอยู่ใกล้ๆ คอยดูแลจองซูแบบนี้เรื่อยไป จนกว่าเราจะได้เจอกันนะ อดทนรอให้ถึงวันนั้นนะ จองซู ร่างของคังอินค่อยๆเลือนหายไปช้าๆ
คังอิน เดี๋ยว คังอิน ผมไขว่คว้าเรือนร่างเลือนรางของคังอินแต่ก็ไร้ประโยชน์
ฉันรักจองซูนะ
คังอินจากไปแล้ว ผมทรุดลงกับเตียง ร้องไห้ออกมาจนตัวโยน ผมคิดถึงคังอินเหลือเกิน ผมคิดถึงคังอิน
O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O
ผมหลับไปเมื่อไหร่ไม่รู้ แต่แสงแดดอ่อนๆยามเช้าเป็นคนปลุกผมให้ลุกขึ้นจากเตียง คราบน้ำตาเลือนหายไปจากใบหน้าของผมแล้ว มองไปบนหัวเตียง ณ ที่ตรงนั้น ที่ๆตัวแทนของคังอินตั้งสงบไว้ วันคริสมาสต์แล้วสินะ
ไดอารี่ของคังอินไม่ได้อยู่ตรงไหนแล้ว มันหายไปไหน !!!!!!!!!!!!
พระเจ้า อย่าพรากความทรงจำครั้งสุดท้ายของผมกับคังอินจากไปได้ไหม
ผมเหมือนหนูติดจั่น เดินวุ่นหาไดอารี่วุ่นทั่วห้อง แต่ผมก็ต้องถอนหายใจออกมาช้าๆ เมื่อรู้ว่าไดอารี่เล่มนั้นวางอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือริมหน้าต่างของผม มันเปิดอ้าเอาไว้ ผมเดินเข้าไปใกล้ๆ หมายจะปิดมันและนำมันไปเก็บไว้ที่เดิม แต่ก็ต้องพบว่า บนหน้าของวันที่ 25 ธันวาคม คือ แหวนสีเงินเกลี้ยงวงหนึ่ง ผมหยิบมันมาดูใกล้ๆ
มันเป็นแหวนสีเงินของร้านทิฟฟานี่ ข้างในแหวนสลักไว้เป็นตัวอักษรเรียบๆว่า
Leeteuk & Kangin Forever
ผมบรรจงสวมแหวนวงนั้นไว้บนนิ้วนางข้างซ้าย น้ำตาก็ไหลอีกแล้ว แต่ที่น่าแปลกใจไปกว่านั้น บนหน้ากระดาษของวันที่ 25 ผมเห็นลายมือแสนคุ้นตาของคังอินปรากฏอยู่ด้วย
จองซู ในที่สุดฉันก็เรียกนายว่าจองซู
สุขสันต์วันคริสมาสต์ นี่เป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายที่ฉันจะให้นาย
สักวันเราคงจะได้เจอกัน ฉันจะรอนายที่ปลายฟ้านั่น รอวันที่เราจะได้อยู่ข้างกัน
อดทนหน่อยนะจองซู
สุดท้าย ฉันก็เป็นคนรักที่ไม่ดี ทำให้นายเสียใจ ร้องไห้ออกมาเพื่อฉัน
ฉันขอโทษนะจองซู
แม้ร่างกายของฉันจะไม่ได้อยู่ค้ำฟ้า แต่ความรักของฉันที่มีต่อนาย มันจะอยู่ตลอดกาล อย่างน้อยก็ในใจของฉัน
เปิดใจให้กับความรักรอบข้างนะ จองซู
สุขสันต์วันคริสมาสต์
คังอิน
O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O::O
ผมแต่งตัวออกจากบ้านเตรียมตัวไปเรียนตามปกติ แต่ที่ไม่ปกติมีอยู่อย่างเดียว คือ ร่างสูงที่ยืนพิงกำแพงอยู่รอผมอยู่หน้าประตูบ้าน
ซีวอน มาได้ยังไง ผมถามออกไปอย่างแปลกใจ คนตรงหน้าที่มักจะมีอะไรมาให้ประหลาดใจเสมอๆ
ชเว ซีวอน ด้วยความที่หน้าตาดี รูปร่างสูงโปร่งราวกับนายแบบ สุภาพอ่อนน้อมกับทุกคนที่พบเห็น ทำให้ซีวอนได้รับฉายาว่า เจ้าชาย ซึ่งผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ผมเพิ่งมารู้ว่าเขาเป็นเพื่อนของคังอินก็ตอนที่เขาไปเคารพศพของคังอินนั่นแหละ
วันนั้น เขาสารภาพกับผมตามตรงว่า จริงๆแล้วเขาชอบผมมานานแล้วแต่เขาไม่กล้าที่จะบอกออกมา ซีวอนเกรงใจคังอินจึงได้แต่เก็บเอาไว้ไม่ยอมบอกใคร ซีวอนบอกผมว่าเขาไม่ขอให้ผมรักเขาตอบ ขอแค่ได้อยู่ข้างๆ เป็นเพื่อนเวลาผมเหงา คอยปลอบผมตอนเศร้า คอยเช็ดน้ำตายามผมร้องไห้ แม้แต่จะเห็นเขาเป็นแค่ตัวแทนของคังอินเขาก็ยอม
ผมยอมรับตามตรงว่าตอนนั้นผมตกใจมาก และไม่คิดที่จะให้เขาทำอย่างนั้นจริงๆ พยายามปฏิเสธหลายครั้ง แต่คำตอบของซีวอนยังคงเหมือนเดิม
ผมบอกแล้วไงว่าไม่ต้องรักผมตอบ แค่ลีทึกยอมให้ผมอยู่ใกล้ๆ ไม่รำคาญผมแค่นี้ผมก็พอใจแล้ว
ผมยิ้มเมื่อคิดถึงคำพูดนั้น อบอุ่น อบอุ่นไปถึงหัวใจ ผมเปิดประตูแล้วเอ่ยทักทายร่างสูงตรงหน้าด้วยรอยยิ้มที่ออกมาจากใจจริงเหมือนที่เคยมอบให้กับคังอิน ตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนตอนที่ผมต้องให้คำตอบกับคังอินยังไงยังงั้น
อย่าปิดกั้นตัวเองเพราะฉันนะจองซู เปิดหัวใจให้กับรักที่อยู่รอบตัวนะ
อืม...ฉันเข้าใจแล้วคังอิน ผมลูบแหวนที่นิ้วไปมาเพื่อขอกำลังใจจากอดีตคนรักที่จะอยู่ในใจของผมตลอดไป ขอกำลังใจเพื่อตอบแทนความรักที่ว่าที่คนรักคนใหม่ของผมมอบให้
ซีวอน วันนี้อากาศดีนะ ฮะๆ ผมเห็นซีวอนทำหน้างงๆใส่ผมด้วย
เรา...มาคบกันมั้ย ผมเอ่ยประโยคเดียวกับที่คังอินเคยพูดกับผม ซีวอนยิ้มกว้างเดินเข้าสวมกอดผม
แค่เปิดใจก็จะพบกับความรักที่คนรอบข้างมอบให้จริงๆด้วย ขอบคุณนะคังอิน