
ยะฮู้วววววววววววววววววววววววววววววว ^^
Yo!! You Know!! ^^
โอเค เข้าเรื่องเหอะ ที่มาอัพบล๊อคคราวนี้ ก็เพราะจะมาเล่าอะไรสนุกๆ ขำๆ ที่ตัวเองได้ประสบมาเมื่อวานนี้ เนื่องด้วยเมื่อวานนี้เป็นการเจอกันเฉพาะกิจของ หญิงส้ม หญิงเป้ หญิงทราย (หญิงเสงี่ยมติดงานเลี้ยงดูน้องชาย)ทำให้เราได้มาเจอกัน (แบบเต็มใจมาเจอหรือเปล่า ไม่รู้ว้อย) จุดประสงค์ของการมาพบกันคราวนี้ก็คือ
เรามีชอยส์ให้เลือก....(หลาย)....ชอยส์ ดังนี้ค่ะ
- ไม่รู้
- รู้แล้ววววววววว ไปรับฟิคไง
- อยากเจอเฉยๆ ไม่มีอะไร
- ไปกินพิซซ่า
- ไปรับแผ่นซีดีที่ขอร้องพี่ส้มตาปริบๆให้ไรท์ให้
- ไปโม้เอสเจ
ไม่ว่าคุณจะเลือกข้อไหน มันก็ถูกหมดนั่นแหละ เราเจอกันตามที่แจกแจงมาเป็นข้อๆจริงๆนะในความรู้สึกของทรายน่ะ (ของพี่เป้ไม่รู้) เราสามคนเจอกันที่ดันกิ้นโดนัท (แต่ก็ไม่ได้กินนะ อย่าเข้าใจผิด เรากินอะไรที่แครอลลี่บวกไขมันเยอะกว่านั้น) แล้วเราก็เดินคุยกันไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงทางสี่แพร่งแห่งหนึ่งในสยาม และที่ทางสี่แพร่งนี้เอง ที่ทำให้ทรายรับรู้ว่าใครบางคนสามารถเปลื้องผ้าถอดชุดนักเรียนท่ามกลางผู้คนมากมายที่เดินขวักไขว่ในสยามสแควร์ได้อย่างหน้าตาซึมกะทือมาก
อนาจาร นักเรียนโรงเรียน...เปลื้องผ้ากลางสยาม!!!
ถ้าชีเอาจริง มันคงจะเป็นแบบนี้แน่ๆเลยเชียว และทรายมั่นใจว่า ถ้าเอสเจรับรู้ว่ามีแฟนเพลงแบบนี้อยู่บนโลกใบนี้ด้วย หมายถึงแฟนเพลงอย่างทราย อย่างพี่เป้ อย่างพี่โอ พี่ส้ม พี่ (บลา บลา บลา) คงกุมขมับแล้วบอกว่า ยอมแพ้ต่อความบ้าบอคอแตกของพวกเธอจริงๆ
คราวนี้ทรายไม่ได้เด้งเป้าเพลงยู เพราะไม่ปวด...แต่ประการใด เลยรอดชีวิตมาได้ท่ามกลางสายตาหื่นกระหายของใครบางคนที่ลุ้นว่า วันนี้เค้าจะมีเด้งเป้าสนุกสนานมั้ย แต่ไม่มี ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ วันนี้เตรียมตัวมาอย่างดี แล้วเราก็ไปเมาส์เอสเจกันที่ร้านพิซซ่าเดอะคอมปานี เรามากันสาม ทรายบอกว่าเรามากันสี่ แล้วคนที่สี่คือใครว่ะฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เอาเหอะ เว้นไว้เรื่องเดียวให้พี่เป้แฉ
พี่ที่ร้านพิซซ่าใจดีมาก จัดที่นั่งไกลหูไกลตาหลุดขอบโลกให้พวกเรา เพราะคงมีแววว่าอีพวกนี้มันคงกรีดร้องเสียสติน่ารำคาญหูรำคาญตาเป็นแน่แท้ แล้วมันก็จริงด้วย ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เราคุยกันหลายเรื่องแล้วก็ฮาแตกแหวกตลาดมากๆ (ไม่ขอเล่าเรื่องที่เมาส์นะ ขอเก็บไว้ให้รู้กันสามคน)
แล้วเราสามคนก็เฮฮาปาร์ตี้กันอย่างเพลิดเพลินด้วยการไปเลือกซื้อสินค้ามหัศจรรย์ของเอสเจ และ ทรายก็ตัดสินใจซื้อซีดี ของเฟอร์มา มีความสุขจังเลยยยยยยยยยยยยยยยย
กลับบ้านด้วยแท๊กซี่
รอพี่เป้มาเก็บรายละเอียดปลีกย่อย
ถึง ลีซองมิน
นายคิดอาไรอยู่ห๊า คิดอารายอยู่โฮวววววววววววววววววววว ผมสีแดงกึ่งชมพูแบบนั้นน่ะโฮว รู้นะว่าชอบสีชมพู แต่ว่ามัน มัน มัน มันมันเป็นกระต่ายขี้เรื้อนง่ะไอ้บ้า (มันเจ็บนะเว้ย หมายถึงสีผม ไม่ใช่หัวใจ)
เอาเหอะ สักวันเราคงจะทำใจรับสีแดงบนหัวของนายได้ ระหว่างนี้ เราขอไปหลั่นล้ากับน้องด๊อง ป๋าฮัน ซีวอน คยูฮยอน เรียววุค เยซอง ลีทึก คังอิน ฮีซอล ฮยอกแจชินดง คิบอม(ทุกคนในเอสเจ ยกเว้นแก๊) ดีกว่า ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
TT^TT เรื่องมันเศร้า เศร้ามาก เศร้าที่สุด เศร้าของเศร้าที่สุด รับไม่ได้
เพราะฉะนั้น........................
ไปเปลี่ยนสีหัวซ้า ไอ้กระต่ายขี้เรื้อนโดนสีชมพูหกใส่
ไม่อย่างนั้นล่ะก็นะ ฮึ ซีวอนจะคู่ทงเฮให้ดู ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

แค่นี้ก็ขนลุกแล้วใช่มั้ยล่ะ ลีซองมิน ถ้าไม่อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบนโลกไซเบอร์น้อยๆแบบนี้ ไปเปลี่ยนสีผมซะนะ แล้วเรื่องทุกอย่างจะคลี่คลาย
Rokuko. SUNGMIN VERTION
>>>> ร้องขำๆ ตรงบ้างไม่ตรงบ้าง อย่าถือสา
สีชมพู สีชมพู สีชมพู ไปเลยไป๊
สีชมพู สีชมพู สีชมพู ไปเลยไป๊
อ๊า นั่นซองมินซองมินซองมินนี่นา
ทำทำอะไรกะหัวน่ะไอ้บ้า
เหมือนกระต่ายขี้เรื้อนโดนยาม่วง
(( ไม่ปลื้ม แม่ไม่ปลื้มจริงจริง ))
โอ้ย ยาย้อมผมสีดำอยู่ไหนเอามาด่วนเว้ย
พูดได้แค่คำเดียวว่าไอ้ บ๊อง บ๊อง บ๊อง
เฮ้ย มารชมพูตัวไหนเข้าสิงเรอะ
(( ซองมิน เปลี่ยนสีผมเถอะจ้า ))
สีชมพู สีชมพู สีชมพู ไปเลยไป๊
สีชมพู สีชมพู สีชมพู ไปเลยไป๊
ไม่อยากจะบอกว่าสีนี้มันไม่เหมาะกับนาย
แต่ทำไงได้ บอกไปแล้วนี่นา
แล้วนายล่ะ คิดจะเปลี่ยนบ้างมั้ย
หรือว่า จะให้ฉันช๊อคตาย
เอาสีชมพูกลับไป เอาสีดำกลับมา
เอาสีชมพูกลับไป ก็ไม่มีใครว่า
เจอสีชมพูแบบนี้ เอาสีทองดีกว่า
ซองมิน เปลี่ยนสีผมเถอะจ้า น้านะ
สีชมพู สีชมพู สีชมพู ไปเลยไป๊
สีชมพู สีชมพู สีชมพู ไปเลยไป๊
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ คิดได้ นั่งคิดไปก็เกาหัวแกร๊กกกกก ได้แรงบรรดาลใจมาจากการนั่งดูรูปซองมินเป็นเวลานาน
เฮ้อออออออออออออ เอากับเค้าสิ!!!!!!
โอ้~~อันยอง every body^o^
แหม..กระแดะมาซะอังกฤษเชียว บลอคเบลิคก็ไม่รู้จักอัพ ดองมันเข้าไป ได้กลิ่นเค็มกลิ่นเปรี้ยวลอยคลุ้งไปมา จิ๊...ถ้าไม่ได้น้องทรายมาอัพให้ละก็ ป่านนี้บลอคคงเน่าไปแล้วจริงๆ
รายละเอียดการพบกันของเราสาม(ไม่นับเสงี่ยม เพราะชีนอนกอดลายเซ้นต์คังอินตามคำบอกเล่าของทรายอยู่) ก็ไม่มีไรมาก หากจะเปรียบเป็นนิยามก็ได้คำเดียวสั้นๆได้ใจความว่า...
รั่ว -*-
รั่วจริงๆไม่อิงนิยาย ไม่ใช่สลิงค์ ไม่ใช่ตัวแสดงแทน ยิ่งตอนไปร้านพิซซ่านี่ โหย.....ทรายรั่วที่สุด-*-
อย่างที่พี่พนักงานเค้าถามอ่ะแหละ มากันกี่คน?? มาสาม นับยังไง๊ยังไงก็สาม แต่ทรายบอกสี่พร้อมชูนิ้ว-*- คาดว่าทรายจะเมาฮาจิบังค้าง อันนั้นมิเท่าไหร่ แต่เราแอบได้ยินผู้ชายสามคนที่นั่งใกล้ๆกับที่พวกเรายืนคุยกับพี่พนักงานเค้าเม้าท์กัน
ไอ้หน้าเสี่ยวหมายเลข 1: กรูว่ากรูจำได้นะว่าเมื่อกี้กรูบอกพนักงานว่าเรามาเจ็ด(พูดพร้อมชูนิ้ว)
ไอ้หน้าเสี่ยวหมายเลข 2: เออว่ะ แล้วแมร่งหายไปไหนหมดวะ เหลืออยู่สามได้ไงอ่ะ
ไอ้หน้าเสี่ยวหมายเลข 3: (ส่ายหน้าไปมาไม่ตอบอะไร-*-)
แล้วกรูจะไปรู้เมิงมั้ยว่าเหลือแค่สามได้ไง-*- แล้วที่นั่งตรงนั้นอ่ะมันนั่งได้แค่สามคน กรูมองยังไง๊ยังไงมันก็อัดได้มากสุดได้แค่นั้น นี่พวกเมิงอยากหาเรื่องพวกกรูว่างั้น??? ชิมิ??? ดีนะที่พี่เค้าพาเข้าไปสงบสติอารมณ์ที่มุมในสุดของร้าน-*- แง่งงงงงงงง
หลังจากนั้นเราก็สั่งพิซซ่าพร้อมปีกไก่ 8 ชิ้น เป็นที่รู้กันว่าช่วงนี้ถ้าสั่งถาดกลางขึ้นไปจะได้ฟรี 1 ถาด อีพวกนี้เหมือนไม่มีทีวีดู พอพี่เค้าถามว่าอีกถาดนึงเอาหน้าอะไรอีพวกนี้งงเต๊กกกกก ถามกันใหญ่ว่าได้อีกถาดนึงเหรอ?? แล้วยังมีการถามด้วยว่าห่อกลับบ้านได้มั้ย?? ยังดีที่ได้ ถ้าไม่ได้ตายกันแน่ ถาดกลางสองถาด โอ้วววววว กินกันให้ตายไปข้างเลย
ระหว่างรอก็นั่งเม้าท์กันไป เหมือนเป็นบุคคลที่ถูกลืม นานเหลือเกินกว่าพิซซ่าจะมาเสริฟ เราก็นั่งเม้าท์กันไปกินพิซซ่าไป กินจนหมดแล้วหมดอีก ไก่ก็ยังไม่มาซะที จนต้องถามพี่พนักงาน เลยถึงบางอ้อ ที่แท้พี่เค้าไม่ได้จดลงไป โธ่ๆๆๆๆๆ
หลังจากไปเลือกซื้อสินค้าที่ร้านมหัศจรรย์เราทั้งสามก็แยกย้ายกลับบ้านแบบมีความสุข(เหรอ??) เอ้อ...ลืมบอกอะไรไปอย่าง คนที่สามารถเปลื้องผ้ากลางทางสี่แพร่งนั่นคือ...
ข้าพเจ้าเอง -*- โฮะๆๆๆๆ
ก็มันร้อนอ่ะ มีเสื้อกล้ามอยู่ข้างในด้วย ไม่เห็นเป็นไรเลย ล่ะมั้ง--*-- ไม่มีใครมองร้อกกกกกกกกกกกกก
ถึงเวลาลาแล้วล่ะ บะบายนะทุกโค้นนนนนนนนนนนนนนน^O^
edit @ 2007/03/15 18:59:48

